วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

การเข้าค่ายพักแรม

การเตรียมตัวในการอยู่ค่ายพักแรมลูกเสือ-เนตรนารี


อุปกรณ์อยู่ค่ายพักแรมที่ลูกเสือ-เนตรนารี   จะต้องเตรียมพร้อม  แบ่งออกได้ดังนี้
  1. อุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัว
  2. อุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับหมู่และกอง
  3. อาหารและยา
  4. อุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ

1.  อุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัว
  1. เครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี
  2. ชุดลำลอง
  3. ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัว,  ผ้าห่มกันหนาว
  4. เครื่องสำอาง (สบู่,หวี,กระจก,แปรงและยาสีฟัน)
  5. ไฟฉายเดินทาง
  6. เชือกประจำตัว
  7. กระติกน้ำประจำตัว
  8. มีดประจำตัว
  9. อุปกรณ์การบริโภค (จาน, ช้อน, กระบอกน้ำ)
  10. สมุดบันทึก,ปากกา,ดินสอ
  11. รองเท้าแตะ
  12. ยากันยุงควรเป็นชนิดทา
  13. ยาประจำตัว
  14. เสื้อกันฝนกรณีหน้าฝน

2.  อุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับหมู่และกอง  ได้แก
1.  ธงประจำหมู่
2.  เต็นท์บุคคล  และเต็นท์ประกอบงาน
3.  ภาชนะประกอบอาหารเท่าที่จำเป็น
4.  พลั่วสนาม หรือจอบ
5.  มีดถางหญ้า  หรือขวาน
6.  เชือกขนาดต่าง ๆ
7.  เครื่องดนตรี     
8.  ผ้าใบหรือผ้าพลาสติกกันแดดและรองนั่ง
9.  ไม้ขีด, เทียนและเชื้อเพลิง

3.  อาหารและยาต่าง ๆ  ได้แก่
  1. ข้าวสาร
  2. อาหารกระป๋อง
  3. เนื้อสัตว์ที่รวน หรือ ย่างไว้แล้ว
  4. น้ำพริกที่ปรุงแล้ว
  5. น้ำปลาหรือเกลือ
  6. หัวหอม หัวกระเทียม พริก
  7. น้ำมันพืช น้ำตาล น้ำส้ม
  8. ผัก ผลไม้

4. อุปกรณ์ที่ใช้ทำกิจกรรม อื่นๆ การแสดง
1….
2….

สัญญาณนกหวีด

ในการฝึกประจำวัน  หรือในโอกาสที่อยู่ห่างไกลจากลูกเสือ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ควรใช้สัญญาณนกหวีดสั่งลูกเสือ  ดังนี้
  1. หวีดยาว 1 ครั้ง  ----------------------  หมายความว่า  “หยุด” คอยฟังคำสั่ง
  2. หวีดสั้น 3 ครั้ง หวีดยาว 1 ครั้ง  -----   -----  ------  ---------------  สลับกัน ความหมายว่า  “เรียกนายหมู่ไปประชุม”
  3. หวีดสั้น ๆ ติดกันหลายครั้ง  ----  ----  -----  -----  ----  หมายความว่า   “รวมกอง”
  4. หวีดสั้น 1 ครั้ง หวีดยาว 1 ครั้ง -----  ------------- สลับกันไป หมายความว่า  “เกิดเหตุ”

หมายเหตุ อื่นๆ

  1. เพลงประจำหมู่ที่ใช้ร้อง ให้มีเนื้อร้องระบุชื่อหมู่/กลุ่ม มีสาระ ปลุกใจ เป็นคติ
  2. เรื่องที่แสดง ควรเป็นเรื่อง เป็นคติเตือนใจ ประวัติศาสตร์ปลุกใจให้รักชาติ ให้ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณี สนุกสนาน
  3. ไม่ควรแสดงเรื่องไร้สาระ เสียดสีบุคคล เรื่องการเมือง ผีสาง ลามก อนาจาร ล้อเลียนศาสนา
  4. ห้ามใช้อาวุธจริงหรือของมีคมมาประกอบการแสดง  ห้ามสูบบหรี่ในขณะนั่งอยู่ในบริเวณชุมนุม




การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบภายในหมู่ในการอยู่ค่ายพักแรม
ตามที่การจัดลูกเสืออยู่ค่ายพักแรมเป็นหมู่ ๆ ให้มีการกินอยู่หลับนอน   ทำกิจกรรม  
เรียน   เล่นกีฬาร่วมกันภายในหมู่  เพื่อให้งานของหมู่ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  รวดเร็ว  ทันตามกำหนดเวลา  ผู้กำกับจะจัดแบ่งหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละคนออกไป  ทั้งนี้    เพื่อให้ทุกคนมีงานทำไม่มีผู้ใดว่างงาน   โดยปกติแล้วจะจัดแบ่งดังนี้
คนที่  1   ทำหน้าที่เป็นนายหมู่  รับผิดชอบดูแลทั่วไปแทนผู้กำกับ  คอยติดต่อประสานงานกับ
 หมู่อื่น กับผู้กำกับและกับบุคคลภายนอกซึ่งอาจมาเยี่ยมสมาชิกภายในกลุ่ม
คนที่  2   ทำหน้าที่รองนายหมู่   คอยช่วยเหลือนายหมู่ทุกกรณีไป      อาจทำหน้าที่แทนนายหมู่ขณะ
นายหมู่ไม่อยู่หรืออยู่แต่นายหมู่มีภารกิจต้องทำหน้าที่บางอย่างแทน  จึงให้รองนายหมู่ไป
               ประชุมแทน
คนที่  3   ทำหน้าที่พลาธิการ   คอยดูแลพัสดุ  อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะเบิกมาจากผู้กำกับหรือกองอำนวย-
 การเป็นเจ้าหน้าที่บัญชี ไม่ว่าบัญชีการเงิน  บัญชีวัสดุอุปกรณ์   ดูแลภายในที่พัก   จัดความ
 เป็นระเบียบเรียบร้อยภายในที่พัก  เก็บรักษา    มีด    ขวาน   ไม้กวาด   กระป๋องน้ำ   เชือก  
 และอื่น ๆ
คนที่  4   ทำหน้าที่เป็นแม่ครัว   คอยหุงข้าว  ปรุงอาหาร  จัดการเกี่ยวกับการประกอบอาหาร         เตาไฟ หลุมเปียก หลุมแห้ง ที่วางจาน  ชาม  ให้เป็นระเบียบ
คนที่  5   ทำหน้าที่เป็นคนหาน้ำสำหรับประกอบอาหาร  น้ำดื่ม น้ำซักล้าง  ดูแลมิให้ขาดตกบกพร่อง  
คนที่  6   ทำหน้าที่เป็นคนหาเชื้อเพลิง   หาฟืน  เก็บฟืนให้มิดชิด  เวลาฝนตกจะได้ใช้ได้
คนที่  7   ทำหน้าที่ทั่วไป   ช่วยงานคนอื่น ๆ พัฒนาค่ายพัก กำจัดขยะมูลฝอย ทำที่ตากผ้า  และรั้วกั้น
 ระหว่างค่าย  ดูแลบริเวณค่ายพักทั่ว ๆ ไป  เสมือนค่ายนั้นเป็นบ้าน  ต้องปรับปรุง  ตกแต่ง
 พัฒนา
การแบ่งหน้าที่นี้ หากมีสมาชิกมากกว่านี้ อาจจัดให้เป็นผู้ช่วยคนครัวอีกได้ แต่หากสมาชิกน้อยกว่านี้หน้าที่คนหาน้ำกับคนหาฟืนอาจเป็นคน ๆ เดียวกันได้  เมื่อจัดแบ่งหน้าที่รับผิดชอบเช่นนี้แล้ว ลูกเสือทุกคนจะไม่มีการว่างงาน  แม้ว่างานของผู้ใดเสร็จก่อน นายหมู่ก็จะให้ไปช่วยหน้าที่อื่นที่ยังไม่เสร็จก็ได้

Image result for การเข้าค่ายพักแรมลูกเสือ-เนตรนารี
หน้าที่ของหมู่บริการ
ในการจัดกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี สิ่งหนึ่งที่ผู้กำกับลูกเสือจะต้องปฏิบัติ  คือแต่งตั้งหมู่บริการประจำวันเพื่อมอบหมายหน้าที่ไว้ให้บริการในด้านต่าง ๆ โดยผู้กำกับจะแต่งตั้งหมู่บริการไว้วันละ 1 หมู่  หรือ 2 หมู่  หรือ ตามความเหมาะสม ส่วนหน้าที่บริการที่หมู่ลูกเสือแต่ละหมู่จะต้องปฏิบัติ คือ
  1. ชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา   เวลา 08.00 น.    และชักธงลงจากยอดเสาธง     เวลา  18.00 น.
  2. ทำหน้าที่นำสวดมนต์ประจำวัน
  3. ทำความสะอาดที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องน้ำ  ห้องส้วม  ห้องเรียน  บริเวณรอบเสาธง ฯลฯ
  4. ทำหน้าที่ช่วยเหลือจัดอุปกรณ์ เตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ในการฝึกอบรมตามที่ผู้กำกับลูกเสือกำหนด
  5. จัดสถานที่ชุมนุมรอบกองไฟ  จัดโปรแกรมการแสดงจัดทำพุ่มฉลาก   และพวงมาลัย
ทำความสะอาดบริเวณชุมนุมรอบกองไฟ

ขั้นตอนการเข้าเรียนเป็นฐาน

การที่จะให้ลูกเสือ-เนตรนารี  เข้าเรียนเป็นฐานนั้น ผู้กำกับจะต้องกำหนดว่าจะให้เรียนที่ฐาน เมื่อกำหนดฐานที่จะเรียนได้แล้ว ผู้กำกับลูกเสือ-เนตรนารี จะต้องปฏิบัติดังนี้
  1. ผู้กำกับ กำหนดฐานเรียนไว้ 4 ฐาน หรือมากกว่า 4 ฐาน
  2. ผู้กำกับ จัดลูกเสือ-เนตรนารี เข้าเรียนฐาน 1-2 หมู่
  3. ผู้กำกับ กำหนดให้เรียนฐานละ 3-5 นาที
  4. ผู้กำกับ เป็นผู้ให้สัญญาณในการเปลี่ยนฐาน โดยให้เหลือเวลาอีก 1 นาที ผู้กำกับจะเป่านกหวีดให้สัญญาณให้เปลี่ยนฐานได้

Image result for การเข้าค่ายพักแรมลูกเสือ-เนตรนารี


การรายงานเข้าเรียนเป็นฐาน
  1. ให้ลูกเสือเข้าแถวหน้ากระดาน ห่างจากผู้สอน  3  ก้าว  
  2. ให้นายหมู่สั่ง  “หมู่….ตรง”  วันทยาวุธ  (สั่งเมื่อมีอาวุธ)
  3. ให้นายหมู่เอามือลง ก้าวขึ้นมาข้างหน้า 1 ก้าว แล้วรายงานว่า “หมู่…พร้อมที่จะเรียนแล้วครับ”
  4. ผู้กำกับรับเคารพในขณะที่นายหมู่ลูกเสือก้าวขึ้นมาข้างหน้า 1 ก้าว แล้วทำวันทยาวุธและรายงาน
  5. ผู้กำกับเอามือลง ในขณะที่นายหมู่รายงานเสร็จแล้ว
  6. นายหมู่เอามือลง ถอยกลับไปเข้าแถว แล้วทำวันทยาวุธและสั่งลูกหมู่ต่อไปว่า “เรียบ…อาวุธ”   ตามระเบียบพัก
  7. ผู้กำกับเริ่มสอนบทเรียนที่ได้กำหนดไว้ต่อไปจนหมดเวลา
  8. ลูกเสือได้ยินสัญญาณนกหวีดหมดเวลา ให้เข้าแถวตามเดิม (เหมือนครั้งแรก)
  9. นายหมู่ลูกเสือสั่ง   “หมู่….ตรง”  วันทยาวุธ   “หมู่….ขอขอบคุณครับ”  “เรียบ…อาวุธ”  “ขวา-หัน”(รายงานครั้งที่ 2 นายหมู่ไม่ต้องก้าวขึ้นมาข้างหน้า ให้อยู่ในแถวเหมือนเดิม)
  10. ผู้กำกับ  รับความเคารพและสั่งต่อไปว่า “ไปได้”
  11. ลูกเสือวิ่งเข้าไปเข้าแถว และรายงานเพื่อที่จะเรียนฐานใหม่ต่อไป

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559

วันครู 2559

วันครู 2559

วันครู  ประวัติวันครูแห่งชาติ
วันครู 2559 วันที่ 16 มกราคม วันครูแห่งชาติ 

          เดือนมกราคมเวียนมาถึงอีกครั้ง บรรดานักเรียนทั้งหลายคงจำกันได้ดีว่า วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็นวันครู ที่กำหนดขึ้นเพื่อให้ลูกศิษย์ทั้งหลายระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ที่ได้สอนสั่งอบรมวิชาให้เรา วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปทำความรู้จักถึงความหมายของครู  ประวัติวันครู ความเป็นมาเกี่ยวกับวันครู และ คําขวัญวันครู 2559 มาฝากค่ะ

ความหมายของครู

          ครู หมายถึง ผู้สั่งสอนศิษย์ หรือ ผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ ซึ่งมีผู้กล่าวว่ามาจากคำว่า ครุ (คะ-รุ) ที่แปลว่า "หนัก" อันหมายถึง ความรับผิดชอบในการอบรมสั่งสอนของครูนั้น นับเป็นภาระหน้าที่ที่หนักหนาสาหัสไม่น้อย กว่าคน ๆ หนึ่งจะเติบโตเป็นผู้มีวิชาความรู้ และเป็นคนดีของสังคม ผู้เป็น "ครู" จะต้องทุ่มเทแรงกายและแรงใจไม่น้อยไปกว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเลย ซึ่งในชีวิตของคน ๆ หนึ่ง นอกเหนือไปจากพ่อแม่ซึ่งเปรียบเสมือน "ครูคนแรก" ของเราแล้ว การที่เด็ก ๆ จะดำรงชีพต่อไปได้ในสังคม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี "ครู" ที่จะประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ เพื่อปูพื้นฐานไปสู่หนทางทำมาหากินในภายภาคหน้าด้วย ดังนั้น "ครู" จึงเป็นบุคคลสำคัญที่เราทุกคนควรจะได้แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อท่าน

ความสำคัญของครู 

          ในชีวิตของคนเราถือว่า บิดามารดา เป็นผู้มีพระคุณอันสูงสุด เพราะท่านเป็นผู้ให้ชีวิต ให้ความรัก ให้ความเมตตา มีความห่วงใย และเสียสละเพื่อลูก นอกจาก บิดามารดา แล้ว ก็มีครูเป็นผู้มีพระคุณคล้าย บิดามารดา คือ เป็นผู้อบรมสั่งสอนถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ รวมทั้งให้ความรัก ความเมตตาต่อศิษย์ทุกคน นับได้ว่าครูเป็นผู้เสียสละที่ไม่แพ้บุพการี

          ครูจึงนับเป็นปูชนียบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมาก ในการให้การศึกษาเรียนรู้ ทั้งในด้านวิชาการ และประสบการณ์ ตลอดเป็นผู้มีความเสียสละ ดูแลเอาใจใส่ สั่งสอนอบรมให้เด็กได้พบกับแสงสว่างแห่งปัญญา อันเป็นหนทางแห่งการประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเอง รวมทั้งนำพาสังคมประเทศชาติ ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ฉะนั้นวันที่ 6 ตุลาคม จึงได้เป็นวันครูสากล เพื่อคนที่เป็นครูทั่วโลกที่เสียสละนำพาเราทุก ๆ คน ไปถึงฝั่งฝันนั่นเอง


วันครู 2557 ประวัติวันครูแห่งชาติ

ประวัติความเป็นมาวันครู

          วันครู ได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ. 2488 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า คุรุสภา เป็นนิติบุคคลให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครูในขณะเดียวกัน ก็ทำหน้าที่ให้ความเห็นเรื่องนโยบายการศึกษา และวิชาการศึกษาทั่วไปแก่กระทรวงศึกษาธิการ ควบคุมจรรยาและวินัยของครู รักษาผลประโยชน์ ส่งเสริมฐานะของครู จัดสวัสดิการให้ครู และครอบครัวได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ส่งเสริมความรู้ และความสามัคคีของครู

          ทุกปีคุรุสภาจะจัดให้มีการประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนครูทั่วประเทศแถลงผลงานในรอบปีที่ผ่านมา และซักถามปัญหาข้อข้องใจต่าง ๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภาโดยมีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา เป็นผู้ตอบข้อสงสัย สถานที่ในการประชุมสมัยนั้นใช้หอประชุมสามัคคยาจารย์ หอประชุมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในระยะหลังใช้หอประชุมคุรุสภา

          พ.ศ. 2499 ในที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป.พิบูล สงคราม นายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติศักดิ์ ได้กล่าวคำปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศว่า

          "ที่อยากเสนอในตอนนี้ก็คือว่า เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่า วันครู ควรมีสักวันหนนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพสักการะต่อวันสงกรานต์ เราก็นำเอาอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้ามาทำบุญ ทำทาน คนที่สองรองลงไปก็คือครูผู้เสียสละทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้จะขอฝากที่ประชุมไว้ด้วย ลองปรึกษาหารือกันในหลักการ ทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง" 

          จากแนวความคิดนี้ กอปรกับความเห็นของครูที่แสดงออกทางสื่อมวลชนและอื่น ๆ ที่ล้วนเรียกร้องให้มีวันครูเพื่อให้เป็นวันแห่งการรำลึกถึงความสำคัญของครูในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ ประกอบคุณงามความดีเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นอันมาก ในปีเดียวกันที่ให้มีวันครูเพี่อเสนอคณะกรรมการอำนวยการต่อไป โดยได้เสนอหลักการว่า เพื่อจะได้ประกอบพิธีระลึกถึงคุณบูรพจารย์ ส่งเสริมความสามัคคีธรรมระหว่างครูและพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน

          คณะมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2499 ให้วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็น วันครู โดยถือเอาวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็น วันครู และให้กระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้นักเรียนและครูหยุดในวันดังกล่าว

          งานวันครูได้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 ในส่วนกลางใช้สถานที่ของกรีฑาสถานแห่งชาติเป็นที่จัดงาน ได้กำหนดเป็นหลักการให้มีอนุสรณ์งานวันครูไว้แก่อนุชนรุ่นหลังทุกปี อนุสรณ์ที่สำคัญ คือ หนังประวัติครู หนังสือที่ระลึกวันครู และสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุ